หน้าหลัก > บทความ > ความลับที่21 ของ NLP รู้เหตุผลว่าทำไม 
ความลับที่21 ของ NLP รู้เหตุผลว่าทำไม 
ความลับที่21 ของ NLP รู้เหตุผลว่าทำไม 
20 Sep, 2019 / By coachwanchai
Images/Blog/dGiDGyK8-NLP-Banner4229.jpg

ความลับที่21 ของ NLP รู้เหตุผลว่าทำไม 

ความรู้สึกนึกคิดของคุณเต็มไปด้วยคำว่า
“ต้อง”

“ควร”

หรือ “น่าจะ” หรือเปล่า ?

ซึ่งผมหมายถึงความรู้สึกที่มันค่อนข้างติดลบอยู่ในที มันเหมือนกับคุณถูกบีบจากสถานการณ์ เหตุการณ์ และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวคุณ ที่จริงคำเหล่านั้นไม่ใช่ปัญหา
ถ้ามันไม่ได้แฝงอารมณ์อะไรมากมาย
แต่ถ้ามันแฝงอารมณ์ค่อนข้างมากละก็
คุณคงไม่ได้รู้สึกเต็มใจทำอะไรนักหรอก
นอกจากรู้สึกว่าที่ไปทำก็เพราะมันไม่มีทางเลือก
.
.
โปรดสังเกตเพิ่มเติมว่า คุณพูดถึงคำศัพท์ประเภท
“โอกาส” “ความเป็นไปได้” และ “ทางเลือก”
บ่อยแค่ไหนกับชีวิตรอบด้านของคุณ
.
.
ถ้าคุณทำงานที่บริษัทหรือเป็นเจ้าของธุรกิจใดๆ
ลองสังเกตดูว่าคุณกับเพื่อนร่วมงานเวลาคุยกันระหว่างวัน
คุณและพวกเขาใช้คำศัพท์แบบไหนบ่อยๆ
แล้วคุณจะพบรูปแบบทางคำพูดที่เกิดขึ้นบ่อยๆ
.
.
ผู้คนในโลกนี้ มีจำนวนมากที่มีแรงจูงใจ
หรือแรงขับเคลื่อนชีวิตรอบด้านของเขาน้อย
เอาแต่บ่นหรือคร่ำครวญ
.
.
พวกเขาไม่รู้สึกว่าคนมีทางเลือกในชีวิตหรือการทำงาน
พวกเขาจึงคิดว่าชีวิตมันไม่มีอะไรหรอก
ก้มหน้าทำงานรับกรรมไป
พวกเขาเห็นว่าทางเลือกมันมีไว้สำหรับคนหยิบมือหนึ่ง
แต่ไม่ใช่ของพวกเขา
.
.
ถ้าจะแบ่งคนออกเป็นสองแบบอย่างง่ายๆ ที่คุณจะได้พบเจอ
#แบบแรกคือคนที่ทำบางสิ่งเพราะมันต้องทำ
และ #แบบที่สองคือคนที่ทำบางสิ่ง
เพราะว่าพวกมันจะนำพาไปสู่ความเป็นไปได้อื่นๆ
ฉะนั้น แรงจูงใจคนสองแบบนี้จึงต่างกันเป็นอย่างมาก
.
.
ถ้าคุณอยากรู้ว่าคุณเป็นคนแบบไหนได้อย่างง่ายๆ
ก็ลองถามคำถามกับตัวคุณว่า
“ทำไมฉันจึงเลือกทำสิ่งที่ฉันทำอยู่
ทำไม ทำไม ฉันมีเหตุผลอะไร”
จากนั้นจงตอบมันนด้วยความจริงใจและซื่อสัตย์
แล้วคุณย่อมวิเคราะห์ได้ว่าคุณถูกผลักดันจากอะไร
.
.
หรือคุณอาจถามเพิ่มไปว่า
“เป็นเพราะว่าสิ่งที่ฉันทำมันให้ทางเลือก
และโอกาสแห่งความเป็นไปได้อื่นๆ กับฉัน
หรือเป็นเพราะความรู้สึกของหน้าที่ว่าต้องทำ”

ด้วยเหตุผลที่คุณรู้ พวกมันจะบอกคุณได้เป็นอย่างดี
ว่าคุณโน้มเอียงไปทางไหน
.
.
---------------------------------------
คนเราจึงมีแรงจูงใจที่แบ่งออกเป็นคนสองพวกใหญ่
---------------------------------------
ได้แก่ “คนที่ทำอะไรด้วยเหตุผลของแรงจูงใจแบบมันจำเป็น”
กับ “คนที่ทำอะไรด้วยเหตุผลของแรงจูงใจแห่งความเป็นไปได้”
.
.
เมื่อคุณมีความรู้นี้แล้ว
เพื่อที่คุณจะส่งอิทธิพลถึงคนทั้งสองแบบได้
คุณสามารถพูดกับพวกเขาด้วยภาษาของพวกเขาเอง เช่น

พวกที่ถูกจูงใจด้วยความจำเป็น
: สมมติว่าคุณจะชักจูงให้เขาส่งรายงานชิ้นหนึ่ง
คุณอาจบอกเขาว่า “คุณดูสิว่ามันจำเป็นแค่ไหน
ที่คุณจะต้องทำงานนี้ให้เสร็จก่อนเส้นตาย
มันเป็นความรับผิดชอบของคุณเต็มๆ ยังไงก็ต้องทำนะ”
.
.
พวกที่ถูกจูงใจด้วยความเป็นไปได้ : คุณอาจพูดกับเขาว่า
“ลองนึกภาพว่ารายงานชิ้นนี้ที่คุณทำ
จะเปิดไปสู่โอกาสและความเป็นไปได้ขนาดไหน
ทันทีที่เราได้รับรายงานจากคุณ
.
.
บางที มันย่อมเป็นไปได้ว่ามีคนบางคน
ที่ถูกจูงใจด้วยแรงกระตุ้นทั้งความจำเป็นและความเป็นไปได้
คละเคล้ากันไป
ฉะนั้น ถ้าคุณสงสัยว่าเขาอาจเป็นคนแบบนั้น
คุณจะต้องใช้เทคนิคผสมกัน

พวกที่มีแรงจูงใจแบบผสม : คุณอาจพูดว่า
“ลองนึกภาพของโอกาสที่เปิดรออยู่สิครับ
และงานนี้มันก็เป็นความรับผิดชอบของคุณเต็มๆ อีกด้วย
เพราะฉะนั้น ยังไงคุณก็ต้องลุยให้เสร็จครับ”
.
.
โปรดสังเกตว่า เมื่อคุณใช้ถ้อยคำที่เหมาะกับแรงจูงใจ
หรือเหตุผลของพวกเขาแล้ว
มันสามารถโน้มน้าวหรือส่งอิทธิพลต่อพวกเขาได้
ฉะนั้น จงรู้ถึงเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังของพวกเขา
.
.
ไม่ว่าคุณจะได้พูดคุยกับใครในเรื่องราวใดๆ
จงฟังคำพูดและสำนวนต่างๆ ที่เขาใช้อยู่
ว่าสิ่งใดสำคัญกับเขา หรือถ้าคุณจะขายไอเดีย
หรือสินค้าอะไรให้กับเขาก็ตาม
จงจูงใจเขาด้วยเหตุผลของพวกเขาเอง
จงบอกถึงโอกาส หรือความจำเป็น ให้ตรงกับคนที่เขาเป็น
.
.
และเมื่อคุณอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้...
อยากให้แฟนเพจแสดงตัวตนหน่อยครับ..
เพื่อเป็นกำลังใจให้ผม..โพสต์บทความต่อๆไป
โดยการพิมพ์คำว่า...
---------------------------------------
"ฉันเลือกที่จะมีความสุข ร่ำรวย และประสบความสำเร็จ"
---------------------------------------
.
.
ด้วยรัก,
อาจารย์ วันชัย ประชาเรืองวิทย์
The Best NLP Trainer of Thailand

Tags
NLP
Like
ร้านค้าออนไลน์
© 2006-2021
Vevo Systems Co., Ltd.